เดือนแห่งความรักมักเต็มไปด้วยภาพของคู่รัก และความรักที่สำคัญที่สุดในชีวิต อาจไม่ใช่ความรักจากใครคนหนึ่ง แต่อาจเป็นความรักที่เรามีให้กับตัวเอง
โดยเฉพาะตัวเราใน “อนาคต” คนโสดจำนวนมากใช้ชีวิตอย่างอิสระ ตัดสินใจเอง เดินทางเอง วางเป้าหมายเอง และสร้างความสำเร็จด้วยตัวเอง
แต่เมื่อพูดถึง “วัยเกษียณ” คำถามที่สำคัญคือ เราได้วางแผนชีวิต ในวันที่รายได้หยุดลงแล้วหรือยัง
1. รายได้ของเรา เป็นเสาหลักเพียงต้นเดียว
การเป็นโสด อาจมีความหมายที่บ่งบอกว่าเราเป็นผู้รับผิดชอบชีวิตตัวเอง 100%
เพราะไม่มีใครแชร์รายได้ และอาจจะไม่มีใครช่วยแบกรับ หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นระหว่างทาง
ณ ปัจจุบันที่เรายังคงมีแรง มีรายได้ เราอาจจะรู้สึกว่าเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลมากนัก
แต่มันคือความจริงที่ควรทำให้เราหันมาใส่ใจ “วางแผนอย่างจริงจัง”
สิ่งที่เราสามารถวางแผนได้ตั้งแต่วันนี้คือ
- เงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 6–12 เดือน
- มีการลงทุนสม่ำเสมอ และมีเป้าหมายชัดเจนว่า เป็นการลงทุนเพื่อวัยการเกษียณ
- เตรียมประกันสุขภาพที่ครอบคลุมเพียงพอ รวมไปถึงการวางแผนเงินที่จะจ่ายเบี้ยประกันในวัยเกษียณด้วย
สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งพื้นฐานที่สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ เพราะในวันที่เราหยุดทำงาน รายได้จากงานประจำ จากธุรกิจอาจลดลงหรือหายไป แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันยังคงอยู่ หรืออาจจะต้องจ่ายมากขึ้นกว่าเดิม หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินเช่นเจ็บป่วย รถเสีย เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านพัง เป็นต้น
2. เราต้องมีอิสระ มีไลฟ์สไตลส์ที่คงเดิม หรือดีขึ้น ไม่ต่างจากตอนมีรายได้
คนโสดมักมีอิสระทางการเงินมากกว่า ไม่มีภาระเลี้ยงดูคู่ชีวิตหรือครอบครัว มีความมั่นคงที่คุณสร้างได้ด้วยตัวเอง ใช้ชีวิตได้เต็มที่ ดูแต่บางครั้งอิสระนั้น อาจทำให้เราผัดวันประกันพรุ่งเรื่องอนาคตได้
ซึ่งการวางแผนเกษียณไม่ใช่การลดความสุข แต่คือการทำให้เรามั่นใจว่า ในวันที่เราอยากหยุดพัก เราจะได้พัก และเราจะยังใช้ชีวิตได้ในตามไลฟ์สไตล์ที่เราต้องการ
3. สุขภาพ คือทรัพย์สินที่สำคัญที่สุด
ในวัยเกษียณ ค่าใช้จ่ายที่มักเป็นบททดสอบความแข็งแกร่งด้านการวางแผนการเงินคือ ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะเมื่อเจอโรคร้ายหรืออุบัติเหตุ คนโสดควรมีการตั้งคำถามให้ชัดว่า ถ้าวันหนึ่งต้องการการดูแลระยะยาว เรามีเงินเตรียมไว้หรือยัง มีการเตรียมรับมือความเสี่ยงเรื่องนี้ไว้อย่างไร การวางแผนผ่านประกันสุขภาพ การดูแลร่างกาย และการวางแผนเงินก้อนสำหรับการดูแลในอนาคต เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้คือการวางแผนเพื่อรับผิดชอบตัวเองในอนาคต
4. เกษียณของคนโสด ออกแบบได้อย่างอิสระ
คนโสดมีข้อได้เปรียบสำคัญ คือสามารถกำหนดรูปแบบชีวิตได้ตามความต้องการของตนเอง ไม่ต้องยึดโยงกับภาระของคู่ชีวิตหรือการประสานเป้าหมายร่วมกัน แต่ในขณะเดียวกัน ความอิสระนี้ก็มาพร้อมกับ “ความรับผิดชอบเต็มร้อย” ต่อตัวเองเช่นกัน
- จะอยู่จังหวัดไหน ชนบทหรือในเมือง
- จะทำงานพาร์ทไทม์หรือไม่
- จะเดินทางยาวหรือใช้ชีวิตเรียบง่าย
- หรือธุรกิจเล็ก ๆ ที่เรารัก
การวางแผนการเงินอย่างมีวินัยและต่อเนื่องจนมีเป้าหมายชัดเจนจะทำให้เรามี “อิสรภาพทางการเงิน” และสามารถเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริงได้
5. สร้างเครือข่ายชีวิต ไม่ใช่แค่พอร์ตลงทุน
การวางแผนเกษียณไม่ได้ เป็นเพียงการวางแผนทางการเงิน แต่ควรจะมีการวางแผนเรื่องคุณภาพชีวิต และทำให้เรารู้สึกมีคุณค่า เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างมิตรภาพกับคนรอบข้าง ร่วมงานในแหล่งชุมชน หรือหางานอดิเรกที่นำมาซึ่งการพบปะกับกลุ่มคนใหม่ๆ ที่มีความชอบเหมือนกัน ก็จะทำให้เราสามารถเกษียณได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น มีเป้าหมายในแต่ละวันและสนุกกับวัยเกษียณได้อย่างแท้จริง เพราะชีวิตที่ดีในวัยเกษียณ ต้องมีทั้งความมั่นคงทางการเงิน และความมั่นคงทางใจ
คนโสด สามารถเกษียณได้อย่างแท้จริงและเกษียณอย่างมีศักดิ์ศรี แค่ต้องวางแผนให้รอบคอบกว่า ความมั่นคงของคนโสด ไม่ได้มาจากใครคนหนึ่ง แต่มาจากการตัดสินใจของตัวเองในวันนี้ ทุกบาทที่คุณออม ทุกการลงทุนที่คุณเริ่ม ทุกการดูแลสุขภาพที่คุณทำ คือของขวัญที่คุณมอบให้ตัวเองในอนาคต และนั่นคือรูปแบบของความรักที่จริงจังที่สุด เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่ต้องอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต คือตัวคุณเองการวางแผนเกษียณ จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่มันคือการบอกตัวเองว่า “ฉันจะดูแลเธอให้ดีที่สุด…ในทุกช่วงวัย”
–เกษียณสุข สร้างได้ด้วยมือเรา–


